Packages

แพ็คเก็จและโปรโมชั่

สลายต้อกระจก

คลินิกศัลยกรรมความงาม

ตรวจมะเร็งเต้านม

โปรแกรมคลอดพิเศษเหมาจ่าย

โปรแกรมตรวจสุขภาพ

ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Gastroscope)

ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีด้วยกล้อง (LC)

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม(Total Knee Replacement)

ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา (Lens) ทำให้เลนส์ตาเสื่อมและ 

มีความขุ่นเกิดขึ้นที่ตา เลนส์ตาที่ขุ่นทำให้การหักเหของแสงผิดไปและทำให้แสงผ่านเข้าไป 

ยังจอประสาทตาได้น้อยลง คนที่เป็นต้อกระจกจึงมองเห็นภาพไม่ชัดเจน เกิดอาการตามัวหากมัวไม่ 

มากก็ยังพอสามารถมองเห็นได้ แต่หากเป็นในขั้นรุนแรงแล้ว จะทำให้ตาบอดได้ สาเหตุจาก 
การเสื่อมตามธรรมชาติเนื่องจากอายุที่มากขึ้น 

พบว่าผู้สูงอายุเกือบทุกคนจะเป็นโรคต้อกระจก โดยทั่วโลก 6,000 ล้านคน จะมีคนตาบอด 35-40 ล้าน 

คน โดย 45 เปอร์เซ็นต์ มีสาเหตุมาจากต้อกระจกและโรคแทรกซ้อน ทั้งนี้ต้อกระจกเกิดขึ้นได้กับคน 

ทุกอายุ แต่จะพบมากในผู้สูงอายุโดยเฉลี่ย 55 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีโอกาสเป็นต้อกระจกได้ถึง 50%  

และเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป เกือบทุกคนจะเป็นต้อกระจก 
เกิดจากโรคติดเชื้อในครรภ์มารดา ทำให้เด็กบางคนเป็นต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด 
เกิดจากการอักเสบต่างๆ ทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ 
โรคพันธุกรรมบางอย่าง 
โรคขาดอาหาร 
การรับรังสี 
กลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ 
เกิดจากอุบัติเหตุ 
การเกิดร่วมกับโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือการรับประทานยาจำพวกสเตียรอยด์เป็นประจำอาจทำ 

ให้เลนส์ขุ่นเร็วกว่าปกติในระยะแรกหลายคนมักไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคนี้ ดังนั้นเราควรหมั่นสังเกต 

อาการผิดปกติทางสายตาของตนเอง 

อาการของต้อกระจกที่สามารถสังเกตได้คือ 
อาการมองไม่ชัด ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของต้อกระจก ในระยะแรกสายตาจะเริ่มมัวลงช้าๆ มองเห็นภาพเป็น 

หมอกหรือควันบังดวงตา และรบกวนการดำเนิน 
อาการตามัวมองไม่ชัดจะเป็นมากขึ้นในเวลากลางวัน เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงจ้า เช่น กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดด 

จัดแต่กลับมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสลัว เช่น เวลาพลบค่ำหรือตอนกลางคืน ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคต้อกระจก 
มองเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานอาจมองเห็นภาพเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว 
มองเห็นแสงไฟแตกกระจายเป็นรัศมี หรือเป็นวง โดยเฉพาะแสงไฟจากการขับรถในเวลากลางคืน 
มองเห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา ซึ่งแปลว่าคุณมีต้อกระจกที่สุกเต็มที่แล้ว 
เปลี่ยนแว่นตาบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น และถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแว่นตาแล้วการมองเห็นก็ยังไม่ดีขึ้น 
อ่านหนังสือตัวเล็กๆ ไม่เห็น และต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติ 
มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่สดใส โดยเฉพาะสีเหลือง 
เมื่อต้อกระจกเป็นมากขึ้นจะทำให้ตามัวมองไม่ค่อยเห็นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน 
เริ่มมีอาการปวดตา ม่านตาอักเสบ และมีต้อหินแทรก ทำให้ยากที่จะรักษาและอาจทำให้ตาบอดในที่สุด 

หากสังเกตพบว่ามีอาการผิดปกติทางสายตาเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาถ้าหากผล 

การตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคต้อกระจกและพร้อมที่จะทำการรักษา แพทย์จะรักษาโดยการสลายต้อกระจก 

ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคต้อกระจกที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ “การผ่าตัด” 

ในอดีตอาจมองดูว่าเป็นเรื่องน่ากลัวเพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ และมีความเสี่ยงสูงแต่ปัจจุบันเทคโนโลยี 

ทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ทำให้การผ่าตัดรักษาต้อกระจกเป็นไปได้อย่างง่าย 

ดายการผ่าตัดนี้เรียกว่า Phacoemulsification เรียกย่อๆ ว่า “Phaco” 

Phacoemulsification หรือเรียกแบบไทยๆว่า “การสลายต้อกระจก” เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่ 

สูง(Ultrasound) ทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาที่ขุ่นสลายเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดออกมา จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้า 

ไปแทนที่เดิม ซึ่งจะมีแผลที่ขอบกระจกตาขนาดเล็กเพียง 2-2.5 มิลลิเมตร โดยแผลผ่าตัดจะสมานได้เองตามธรรมชาติ 

หลังการผ่าตัดผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมเบาๆ ได้ ฟื้นตัวในการมองเห็นได้เร็ว 
จักษุแพทย์อาจต้องใส่เครื่องป้องกันการขยี้ตาให้เป็นเวลา 1-2 วัน 
หลังผ่าตัดผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพียงนั่งพักประมาณครึ่งชั่วโมง 
หลังจากรับยาและข้อแนะนำเสร็จก็สามารถกลับบ้านหรือกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ 
หลังผ่าตัด 1 วัน ผู้ป่วยจะมองเห็นชัดขึ้นและชัดขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่ง 4 สัปดาห์ผ่านไปก็จะมองเห็นได้ชัดมากที่สุด 
ในบางรายที่เป็นโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวาน อาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเท่ากับคนที่ 

ไม่มีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย 

การปฏิบัติตัวหลังการสลายต้อกระจก 
หยอดตาและทานยาตามแพทย์สั่ง ก่อนที่จะหยอดยาควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง 
ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาเป็นเวลาประมาณ 30 วัน และควรดูแลใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ 
ไม่ขยี้ตา 
สวมแว่นกันแดดปกป้องดวงตา 
งดเว้นกิจกรรมที่ต้องใช้สายตามากๆ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง จนกว่าแผลจะหายดี 
หากมีอาการผิดปกติ เช่น มองไม่เห็น ปวดตามาก ตาแดง เห็นแสงแวบๆ มีขี้ตาสีเหลือง มีอาการคลื่นไส้อาเจียน 

ปวดศีรษะ และเกิดอุบัติเหตุบริเวณตาข้างที่ทำการผ่าตัดรักษา ให้รีบมาพบแพทย์โดยทันที 
การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงPhacoemulsification“การรักษาที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงสามารถทำให้ผู้ป่วยโรคต้อกระจกกลับมามีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดเข้ารับบริการโทร.02-7087510-20 ต่อ 110 (แผนกจักษุกรรม)

หน้าแรก

ติดต่อเรา

โรงเรียนเบญจรักษ์รวมชัย